www.เราชนะ.com พบมีหลายคนไม่ได้รับเงิน 3,500 จากโครงการเราชนะ เปิดเสียงสะท้อนหลากหลาย บางคนในอดีตอู้ฟู่ แต่ตอนนี้ไม่มีเงิน แต่กลับเอาเงินในอดีตมาตัดสินปัจจุบัน

วันที่ 5 เดือนกุมภาพันธ์ 2564 วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดให้เช็กสิทธิ พวกเราชนะ สำหรับผู้ที่มีฐานข้อมูลของเมืองอยู่แล้วคือ ผู้ที่สมัครคนละครึ่งและพวกเราท่องเที่ยวกัน แต่ว่า มีผู้คนจำนวนมากที่พลาดสิทธิพวกเราชนะ ทั้งที่เวลานี้อยู่ในสถานการณ์ที่ขาดเงิน เพราะว่าเมืองเอาเงินในอดีต มาวินิจฉัยสถานะในตอนนี้

ข้อควรจะรู้เกี่ยวกับ พวกเราชนะ

แผนการพวกเราชนะ เป็นแผนการแจกเงิน 3,500 บาท 2 เดือน ให้กับผู้ที่เผชิญวิกฤตโควิด 19 รอบ 2 โดยที่รับคนไม่จำกัดปริมาณ และใช้วิธีการคัดแบบ Negative List แปลว่า ถ้าท่านมีคุณสมบัติที่ไม่ผ่านข้อใดข้อหนึ่ง ท่านจะไม่ได้รับเงินแก้ไขโดยทันที โดยที่ผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือจาก พวกเราชนะ ควรจะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

– ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในประกันสังคมมาตรา 33
– ไม่เป็นข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ นักการเมือง หรือรับเงินบำนาญจากทางการ
– ขาดเงินเกิน 5 แสนบาททุกบัญชี
– ไม่มีรายได้เกิน 3 แสนบาทเมื่อสิ้นปี 2562

นานัปการเสียงสะท้อนกลับคนพลาด พวกเราชนะ เอาอดีตมาวินิจฉัยเดี๋ยวนี้

สิ่งหนึ่งที่แปลงเป็นเสียงสะท้อนกลับของผู้ที่พลาดสิทธิพวกเราชนะสูงที่สุดเป็น ผู้ที่ถูกปัดตกเพราะ มีรายได้พึงประเมินเมื่อสิ้นปี 2562 เกิน 300,000 บาท ผู้คนจำนวนมากบอกว่า เมื่อปี 2562 นั้น ยังคงมีงานทำกันอยู่ แม้กระนั้นเพียงพอพบวิกฤตโควิด 19 ในปี 2563 รายได้ก็ลดลง บางคนหนักถึงขนาดตกงาน และต้องหางานใหม่ แม้กระนั้นผลแปลงเป็นว่า ทางรัฐบาลกลับเอาเงินได้ของปี 2562 มาคิด เอาอดีตมาวินิจฉัยเดี๋ยวนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ


เวลานี้ไม่อยู่ในประกันสังคมมาตรา 33 แม้กระนั้นถูกกล่าวหามีประกันสังคม

อีกหนึ่งเสียงสะท้อนกลับที่ดังไม่แพ้กันเป็น บางคนที่เคยทำงานในระบบประกันสังคม เคยเป็นพนักงานประจำ บางคนทำงานพาร์ตไทม์กับห้างดังไม่กี่เดือน และต้องเข้าระบบประกันสังคม แต่ว่าต่อมาเมื่อลาออกจากงาน ระบบไม่อัปเดต กระทั่งทำให้เกิดผลกระทบทำให้ไม่ได้รับเงิน พวกเราชนะ ทั้งที่ปัจจุบันนี้ เงิน 7,000 บาทที่จะได้ สามารถต่อชีวิตไปได้อีกมาก
ถ้าไม่ผ่านหลักเกณฑ์แบบนี้ แล้วจะทำยังไงดี

ทางกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ สามารถขออุทธรณ์พอดี www.พวกเราชนะ.com และสามารถตรวจดูผลการทบทวนสิทธิ์ได้ทางเว็บดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเช่นกัน ดังนี้ กระทรวงการคลังจะนำข้อมูลของท่านไปคัดกรองใหม่อีกรอบ และผลการพินิจ นับว่าเป็นที่หมด